มารู้จักชิ้นส่วนต่างๆ ของกบเหล็กกัน


บทความนี้มาพูดเรื่องของส่วนประกอบ และการใช้งานของชิ้นส่วนในกบเหล็กไสไม้ประเภทที่เรียกว่า Bench Plane กันครับ โดยชิ้นส่วนต่างๆในบทความนี้จะมีทั้งภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ ทั้งนี้เนื่องจากกบไสไม้ที่ทำด้วยเหล็กยังไม่ได้มีการกำหนดคำศัพท์ภาษาไทยมาเรียกชื่อของชิ้นส่วนอย่างชัดเจน ผมเลยถือโอกาสขอความร่วมมือในกลุ่ม Facebook Group : Siamwoodworker's Club เพื่อช่วยกันตั้งชื่อชิ้นส่วนต่างๆให้เป็นภาษาไทยเพื่อง่ายต่อความเข้าใจ ขอบพระคุณสมาชิกที่ช่วยกันแสดงความเห็นมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

กบเหล็กในกลุ่ม Bench Plane เป็นกบประเภทแรกๆที่ถูกผลิตขึ้นมาโดยบริษัทอย่าง Stanley โดยอ้างอิงรูปแบบและลิขสิทธิ์ในการผลิตมาจากกบรุ่น Bailey และถูกพัฒนารูปแบบมาอย่างต่อเนื่อง และในจุดสูงสุดของกบไสไม้ประเภทนี้คือรุ่นที่เรียกว่า Bedrock ซึ่งเป็นการพัฒนาการทำงานของกลไกที่ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งส่วนประกอบของกบได้อย่างง่ายดายมากขึ้นกว่าเดิม


ภาพประกอบด้านบน : ฐานรองใบกบ (Frog) ของกบ Bedrock สมัยใหม่ มีข้อดีคือมีการใช้เครื่องมือในการผลิตที่มีคุณภาพและความแม่นยำที่สูงขึ้น ทำให้ได้ชิ้นส่วนที่เรียบได้ระนาบสวยงาม ช่วยให้การทำงานของชิ้นส่วนต่างๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น

ฐานรองใบกบ (Frog)

ชิ้นส่วนแรกคือหัวใจของกบเหล็กเลยก็ว่าได้ ฐานรองใบกบมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Frog (นี่เป็นจุดกำเนิดคำว่ากบไสไม้ในภาษาไทยหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ แต่มีความเป็นไปได้สูงมากครับ) ฐานรองใบของ Bench Plane เป็นเหล็กหล่อทั้งก้อน โดยองศาของฐานเมื่อประกอบลงบนตัวกบอย่างแนบสนิทแล้ว เวลาวางใบกบลงไปจะทำมุม 45 องศา พอดี ซึ่งมุม 45 องศานี้เป็นมุมเอียงมาตรฐานของกบเหล็กไสไม้ Bench Plane ของฝรั่งทุกๆเบอร์ไล่เรียงมาตั้งแต่ เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 8


ภาพประกอบด้านบน : ฐานรองใบกบจะถูกล๊อคอย่างแน่นหนาด้วย หมุดสองชิ้น ซึ่งเจ้าหมุดนี้ในส่วนปลายจะมีรูอยู่ ซึ่งจะถูกขันกดลงด้วยสกรูปลายแหลมอีกสองตัว ที่ฝังอยุ่ที่ตัวกบเลย พอขันแน่นเข้าเจ้าสกรูปลายแหลมก็จะยิ่งกดหมุดนี้ให้แน่นขึ้น ช่วยล็อคไม่ให้ฐานรองใบกบสามารถขยับไปมาได้

ชุดปรับความกว้างปากกบ (Frog Adjusting Mechanism)

ข้อดีของกบประเภท Bedrock คือความง่ายในการปรับความลึกของปากกบ (Mouth Opening) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเรื่องการควบคุมหลุมเสี้ยน หรืออาการเสี้ยนเปิด (Tear-Out) ที่อาจจะเกิดขึ้นบนผิวไม้เวลาเราไสแต่งชิ้นงานครับ เวลาเราต้องการปรับก็แค่คลายสกรูซ้ายขวา ที่ทำหน้าที่ล๊อคฐานรองใบสองตัวออก (คลายไม่ต้องถึงกับหมุนออกมา) แล้วเราก็สามารถปรับความกว้างของปากกบได้จากการหมุนน๊อตปากแบนตรงกลาง

โดยการขันทวนเข็มจะเป็นการร่นระยะฐานกบทั้งชุด ทำให้ปากกบเปิดกว้างขึ้น หรือถ้าหมุนตามเข็มจะดันฐานรองใบทั้งชุดไปข้างหน้า ช่วยให้ปากกบปิดแคบลง โดยทั้งกระบวนการเราไม่มีความจำเป็นต้องถอดชุดใบ หรือฝาล๊อคใบประกับออกเลย ทำให้ประหยัดเวลาและเห็นผลลัพธ์ความกว้างของปากกบที่เราต้องการได้ทันที ต่างกับกบเหล็กรุ่น Bailey ซึ่งถ้าเราต้องการจะปรับความกว้างของปาก เราต้องทำการแกะเอาฝาครอบเหล็กประกับ และชุดใบออกจากตัวกบก่อน ทำให้เสียเวลาในการทำงานมากกว่าเดิม

ภาพประกอบด้านบน : สกรูทั้งสามตัว ตัวซ้ายขวาทำหน้าที่ล๊อคชุดฐานรองใบกบ เข้ากับตัวกบ ส่วนตรงกลางมีหน้าที่หมุนปรับความกว้างของปากกบเพื่อช่วยควบคุมการเกิดเสี้ยนเปิด หรือเปิดกว้างสำหรับขี้กบที่หนาๆ เวลาไสเปิดหน้าไม้


ภาพประกอบด้านบน : หมุนสกรูทั้งสองด้านออกเพื่อคลายล็อคและหมนุส่วนกลางเพื่อปรับตำแหน่งฐานรองใบ และปากกบ

ภาพประกอบด้านบน : ปากกบที่ปรับให้พอดีกับความหนาของขี้กบ (Shaving) ที่ออกมา จะช่วยลดอาการเสี้ยนเปิดบนผิวหน้าไม้ได้อย่างดี และทำให้ได้ผิวสัมผัสที่เรียบลื่นสวยงาม

ชุดปรับความลึกใบกบ (Depth Adjustor)

จะประกอบด้วย แป้นทองเหลืองกลมๆ หมุนอยู่บนเกลียวทองเลือง ซึ่งเจ้าแป้นทองเหลืองกลมๆนี้ ในส่วนของก้านจะมีร่องเกี่ยวเข้ากับ ก้านเหล็กชิ้นเล็กๆ รูปตัววายที่เป็นเสมือนกระเดื่องคอยดันใบกบให้ขยับขึ้นลงเวลาที่เราหมุนแป้นทองเหลืองปรับความลึกครับ ถ้าหมุนแป้นทองเหลืองทวนเข็มนาฬิกาจะทำให้ชุดใบกบหดกลับเข้าไปในตัวกบ ส่วนถ้าในทางตรงกันข้าม การหมุนตามเข็มนาฬิกาก็จะทำให้ชุดใบขยับยื่นออกมานอกตัวกบมากขึ้น ทำให้ใบโผล่ออกมามาก และทำให้ขี้กบที่ได้ออกมาหนามากขึ้นนั่นเองครับ

เวลาเราปรับความลึกใบให้นึกเอาว่าเจ้าแป้นทองเหลืองเป็นเสมือนหน้าปัดของนาฬิกา เราควรจะขยับมันเข้าหรือออกแค่ประมาณ 1-2 นาที ตามการหมุนของเข็มนาที เท่านี้ก็สามารถที่จะสร้างความหนาที่แตกต่างได้ถึง 0.005-0.01 มม. ต่อการหมุน 1 ครั้ง ได้อย่างสบายๆ


ภาพประกอบด้านบน : กระเดื่องตัววาย (Y-Lever) ที่ยื่นทะลุใบกบ ช่วยดันชุดใบให้ปรับขึ้นลงตามการหมุนของแป้นทองเหลืองกลมด้านหลัง

ก้านโยกปรับใบเอียง (Lateral Adjustor)

ก้านโยกที่อยู่ด้านบนของตัวฐานรองใบ (Frog) มีหน้าที่โยกชุดใบให้ส่ายไปด้านซ้ายและขวาได้ เพื่อช่วยปรับให้ใบกบนั้นขนานกับท้องกบให้มากที่สุด เวลาไสออกมาแล้วพื้นผิวที่ได้ จะได้มีระนาบตรงสมบูรณ์ ในส่วนของใบกบส่วนมากจะมีร่องตรงกลางอยู่ ซึ่เจ้าร่องนี้เวลาใส่ชุดใบเข้าไปบนตัวฐานกบ จะเข้าไปสวมครอบก้านโยกปรับใบเอียงพอดี ซึ่งเจ้าก้านโยกเวลาปรับจะไปดันผนังข้างขอบของร่องใบ จึงช่วยให้ส่ายไปท้างซ้ายและขวาได้นั่นเอง


ภาพประกอบด้านบน : การปรับก้านโยก ให้ปรับก้านดันไปส่วนของมุมใบที่สูง จะช่วยให้มุมสูงนั้นลดต่ำลง และต้องคอยสังเกตุและปรับให้มุมของใบทั้งสองด้านยื่นออกมาจากท้องกบให้ใกล้กันมากที่สุด การบีบก้านโยกและมุมใบเข้าด้วยกัน จะช่วยควบคุมการปรับได้ละเอียดมากขึ้น และถ้าต้องการความละเอียดที่มากขึ้นไปอีก เราสามารถเอาค้อนเต้าเล็กๆ เคาะที่มุมใบได้โดยตรงเลยครับ

ใบกบ และเหล็กประกับ (Plane Blade and Chip Breaker)

ใบกบ และเหล็กประกับในกบประเภท Bench Plane จะอยู่คู่กันเสมอครับ โดยส่วนมากใบกบจะมีลักษณะที่ยาวกว่า และมีร่องตามแนวยาว (เอาไว้สวมครอบก้านโยกปรับใบเอียง) ส่วนเหล็กประกับจะสั้นและทำด้วยเหล็กที่อ่อนกว่าใบซึ่งทำหน้าที่ตัดไม้ โดยส่วนมากในกบ Stanley รุ่นเก่าๆ ตัวของเหล็กประกับจะมีลักษณะโค้งนูนขึ้นและลงมาบรรจบที่ปลายคมของใบกบ ซึ่งในกบสมัยใหม่อย่างของ Luban หรือ Lie-Nielsen ส่วนของเหล็กประกับจะถูกทำให้หนาขึ้น และเป็นแผ่นตรงเรียบเหมือนใบกบ ประกอบกับการผลิตด้วยเครื่องจักรอย่าง CNC ทำให้ปลายเหล็กประกับแนบสนิทกับปลายใบกบมากขึ้น และช่วยลดการเกิดการสั่นสะท้อนของใบได้อย่างดี

หน้าที่ของเหล็กประกับนอกจากจะช่วยลดการสะเทือนที่ปลายใบกบแล้ว มันยังมีหน้าที่ ช่วยหักเสี้ยนไม้ล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เสี้ยนไม้เปิดล้ำหน้าไปก่อน ซึ่งการหักเสี้ยนไม้ล่วงหน้า ประกอบกับปากกบด้านหน้าซึ่งช่วยกดไม่ให้เสี้ยนเปิด จะช่วยเรื่องของการควบคุมการเกิดหลุมบนผิวไม้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งหน้าที่นี้เลยเป็นที่มาของชื่อ Chip Breaker หรือการหักเสี้ยนไม้ในภาษาไทยนั่นเองครับ



ภาพประกอบด้านบน : ขั้นตอนการประกอบเหล็กประกับ และใบกบเข้าด้วยกันอย่างถูกวิธีคือ ต้องระวังไม่ให้ปลายเหล็กประกับไปกระแทกกับปลายคมของใบกบ (จะได้ไม่บิ่น เสียเวลาลับใบใหม่) โดยการสอดน๊อตล็อคประกบเข้ากับใบ และถอยหลังมาก่อนที่จะประคองให้ใบทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกัน และค่อยๆเอามือดันปลายเหล็กประกับให้เข้าไปใกล้กับปลายคมให้มากที่สุด และให้เหลือช่องว่างให้น้อยที่สุดไม่เกิน 0.08 มม. กรณีที่ลับใบกบแบบตรง (ส่วนถ้าใบที่ลับโค้งจะถูกบังคับด้วยรูปทรงของใบโดยอัตโนมัติ)

ฝาครอบเหล็กประกับ (Lever Cap)

ฝาครอบเหล็กประกับมีหน้าที่ช่วยล๊อคชุดใบเข้ากับฐานรองใบอีกที เพือที่เวลาไสไม้เจ้าใบกบจะได้ไม่เคลื่อนที่ไปๆมาๆ ส่วนของฝาครอบประกับจะทำงานด้วยหลักการของคานงัด โดยจุดหมุนจะอยู่ที่สกรูทองเหลืองที่โผล่ขึ้นมาจากฐานรองใบ โดยที่ส่วนของฝาประกับจะมีรูที่ครอบสกรูนี้ไว้ และจะมีก้านโยกเล็กๆที่ส่วนปลายของฝาประกับ ที่จะมีหน้าที่ล๊อคและขัดกับสกรูทองเหลืองเพื่อล๊อคไม่ให้ชุดใบเคลื่อนที่ไปมาครับ


ภาพประกอบด้านบน : การล๊อคฝาประกับที่ดีควรจะมีความแน่นหนาที่พอเหมาะ คือไม่แน่นมากซะจนไม่สามารถปรับความลึก หรือความเอียงใบได้ แค่ก็ไม่หลวมมากซะจนใบเคลื่อนไปมาระหว่างการไสไม้ครับ การจะปรับความแน่นหนาให้พอดีๆ ให้เราหมุนสกรูทองเหลืองที่อยู่ศูนย์กลางของคานงัด ถ้าหมุนตามเข็มนาฬิกาจะแน่นมากขึ้น ถ้าทวนเข็มจะคลายตัวลง ซึ่งกระบวนการนี้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ความแน่นไม่แน่นของแต่ละคนไม่เท่ากัน จึงไม่มีสูตรที่ตายตัว ต้องลองไปทดลองกันเอาเองครับ

ท้องกบ (Plane Sole)

ท้องของกบเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะตัดสินว่ากบใช้การได้หรือไม่ได้ ท้องกบที่ดีควรจะเรียบ และมีระนาบที่สม่ำเสมอกัน ซึ่งปัจจัยนี้จะส่งผ่านไปยังคุณภาพของพื้นผิวที่เราทำงาน ถ้าท้องเรียบสม่ำเสมอ ผิวไม้ที่เราจะไสก็จะออกมาเรียบสม่ำเสมอเช่นเดียวกันครับ ทีนี้ก็จะมีคำถามโลกแตกที่ว่าเรียบเท่าไรถึงจะพอ แล้วเราจะมีวิธีวัดได้อย่างไรบ้าง

ท้องกบต้องเรียบเท่าไร และเรียบในส่วนไหนบ้าง ?

ท้องกบที่ดีควรจะมีความเรียบและได้ระนาบเดียวกันในสามส่วนครับ ซึ่งก็คือส่วนของหัว ปลาย และส่วนด้านหน้าของคมตัด ซึ่งจะมีหน้าที่กดไม้ไม่ให้เกิดอาหารเสี้ยนเปิดนั่นเอง ซึ่งส่วนที่เหลือถ้าจะมีเว้าบ้างนิดๆหน่อย ก็ไม่ได้กระทบกับการใช้งานมากนัก ในกรณีของกบไม้อย่างกบญี่ปุ่นเวลาแต่งท้องกบยังนิยมทำท้องเว้าในส่วนที่เหลือที่ไม่ใช่ทั้งสามส่วนที่กล่าวมาข้างต้นด้วยซ้ำ นัยว่าเป็นการลดการเสียดสีของท้องกบและไม้ ช่วยให้ไสได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วยครับ

ผู่้ผลิตกบพรีเมียมอย่าง Lie-Nielsen อ้างว่ากบของบริษัทมีค่าความคลาดเคลื่อนของระนาบอยู่ที่ 1/1000 นิ้ว หรือ 0.0254 มม. หรือ 25.4 ไมครอน ส่วนของ Veritas ก็เกทับว่าสามารถทำได้น้อยกว่า Lie-Nielsen ถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งในความเป็นจริงถ้าพิจารณาจากการใช้งานค่าความคลาดเคลื่อนของระนาบบวกลบไม่เกิน 1/1000 นิ้ว หรือ 0.0254 มม. ก็ถือว่าเรียบมากๆ เพียงพอต่อการทำงานไม้แล้วครับ


ภาพประกอบด้านบน : ขั้นตอนการทดสอบระนาบความเรียบของท้องกบ ให้ใช้อุปกรณ์สองอย่างคือไม้บรรทัดเรียบๆ กับ Feeler Gauge เอาไม้บรรทัดเรียบๆ ทาบตามแนวยาวและแนวขวาง ถ้า Feeler Gauge น้อยกว่า 0.03 มม.สอดไม่เข้าก็ถือว่าเรียบใช้งานได้ดีแล้วครับ

ด้ามจับหน้า และหลัง (Front Knob and Handle)

ด้ามจับส่วนมากในกบเหล็กจะทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ด้ามจับที่ดีจะมีองศาที่พอเหมาะซึ่งจะช่วยถ่ายแรงของผู้ใช้ได้ดี และสามารถใช้ได้นานๆโดยไม่เกิดอาการเมื่อยล้าเสียก่อน ด้ามจับด้านหน้ามีลักษณะเหมือนกลอนประตูกลมๆ เวลาจับผู้ใช้ต้องออกแรงกดลง และจะเป็นลักษณะในการขยุ้มกำมือลงไป ส่วนด้ามจับที่ด้านหลัง สำหรับกบแบบ Bench Plane จะสามารถสอดนิ้วไปที่ด้ามได้ประมาณสามนิ้ว และเหลือนิ้วชี้ว่างๆ ซึ่งจะสามารถยื่นนิ้วไปปรับความลึกของใบที่ ล้อทองเหลืองได้แบบพอดีๆเลยครับ


ภาพประกอบด้านบน : ลักษณะการจับกบโดยใช้ทั้งสองมือ ด้านหน้าจะเป็นการขยุ้ม แล้วกดน้ำหนักลง และมือด้านหลังจะเป็นการปผลักไปข้างหน้า และเหลือนิ้วชี้เอาไว้เพื่อคอยปรับล้อทองเหลือง เพื่อปรับความลึกของใบได้ระหว่างการไสไม้

ช่องทางการติดตามเนื้อหาและ ซื้อสินค้า

  • Grey YouTube Icon
  • Grey Facebook Icon
  • Grey Instagram Icon