พาชมพิพิธภัณฑ์เครื่องมืองานไม้ที่ เมืองโกเบ ตอนที่ 01


ช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น และหนึ่งในสถานสำคัญสำหรับคนที่ชื่นชอบเครื่องมืองานไม้ ต้องหาโอกาสไปให้ได้คือ Takenaka Capentry Tools Museum ซึ่งเป็นพิพิทธภัณฑ์ที่จัดแสดงเครื่องมืองานไม้แฮนด์ทูลส์ของญี่ปุ่น โดยพิพิทธภัณฑ์ตั้งอยู่ที่เมืองโกเบครับ วิธีการเดินทางก็ง่ายแสนง่าย เพราะตัวอาคารตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟ Shinkansen's Shin-Kobe Station เลย เรียกได้ว่าลงมาจากสถานีก็เดินมาที่พิพิทธภัณฑ์ได้แบบสบายๆ


อาคารของพิพิทธภัณฑ์ถึงแม้จะอยู่ใจกลางเมืองและใกล้กับสถานีรถไฟหลักของโกเบ แต่พื้นที่และตัวอาคารถูกจัดเอาไว้ในสภาพแวดล้อมที่ดีมากๆ ตัวอาคารล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ที่ร่มรื่น ส่วนอาคารและพื้นที่จัดแสดงถูกจัดให้อยู่ในชั้นใต้ดิน 2 ชั้นแทน ทำให้จากสภาพภายนอกเหมือนเป็นอาคารแค่ชั้นเดียว และพอมีขนาดไม่ได้สูงกว่าต้นไม้รอบๆ ทำให้อาคารหลักนี้ดูร่มเย็นและเป็นส่วนตัวมากๆครับ

ตัวพิพิทธภัณฑ์ถูกออกแบบให้อยู่ท่ามกลางต้นไม้ให้เยอะที่สุดเท่าที่พื้นที่จะอำนวย โดยโซนจัดแสดงเครื่องมือจะอยู่ชั้นใต้ดินทั้งสองชั้นล่าง และพื้นที่ชั้นบนจะเป็นนิทรรศการหมุนเวียน ส่วนด้านหลังจะมีคาเฟ่ และห้องพิธีชงชาเล็กๆ ค่าเข้าไปชมอยู่ที่ประมาณท่านละ 500 เยน หรือประมาณ 100 กว่าบาทไทยครับ

พื้นที่จัดแสดงชั้นใต้ดิน 1 เป็นนิทรรศการถาวรแสดงการวิวัฒนาการของเครื่องมือช่างไม้ของญี่ปุ่น ตั้งแต่ยุคหินโน่นเลย (ย้อนไปไกลมาก) จนกระทั่งยุคปัจจุบัน แต่ไม่ได้แสดงเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้ไฟฟ้าเลยนะครับ จะเป็นเครื่องมือแบบแฮนด์ทูลส์อย่างเดียว พื้นที่จัดนิทรรศการส่วนบนกับล่างจะเชื่อมกันโดยมีช่องเปิดที่จะมีตัวอย่างของเสาไม้ที่ใช้ในการสร้างวัดญี่ปุ่นจำลองมาในเสกลจริงวางอยู่ 1 ต้น เพื่อให้คนที่เข้ามาชมนิทรรศการได้พิจารณาวิธีการเข้าไม้ และรูปแบบโครงสร้างอย่างใกล้ชิด และยังเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นอีกด้วยครับ

โซนแรกจะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มที่มนุษย์เริ่มคิดค้นเครื่องมือมาช่วยในการทำงาน โดยจะเริ่มจากยุคหินโน่นเลย จนพัฒนามาเป็นยุค Iron ในเวลาต่อมา จนถึงยุคปัจจุบันครับ

ย้อนไปตั้งแต่สมัยยุคหิน เครื่องมือที่ใช้ทำงานกับไม้ช่วงแรกเริ่มเป็นแค่หินภูเขาคมๆ ที่เอาเสียบกับไม้ทำเป็นขวานแบบง่ายๆ บรรพบรุษเราใช้ขวานนี้ทั้งในการโค่นต้นไม้ การตัดแบ่งให้เป็นท่อนๆเพื่อนำไปเหลาใช้ในงานก่อสร้างพื้นฐานง่ายๆ ด้านข้างของค้อนยุคหินจะมีค้อนจากยุค Iron มาเทียบให้ดูด้วยว่าถึงแม้เทคโนโลยีในการเอาแร่ Iron ได้เกิดขึ้น แต่เครื่องมือที่ใช้กับงานไม้ก็ยังไม่ได้พัฒนาไปมากกว่ายุคหินอยู่ดี สิ่งที่น่าจะพัฒนาขึ้นน่าจะเป็นคมตัดที่ดีขึ้น (สังเกตุจากรอยตัด) และขวานที่ทำจาก Iron อยู่ได้นานและใช้งานง่ายกว่าหินนั่นเองครับ


แต่อุปกรณ์อีกหนึ่งอย่างที่เป็นผลพวงจากการมีแร่ Iron คือ "สิ่ว" หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า "โนมิ" นั่นเองครับ สิ่วในยุคต้นๆช่วยให้ช่างไม้สามารถเอาซุงมาผ่าไม้เป็นแผ่นๆได้ด้วยวิธีการใช้สิ่วตอกนำและใช้ลิ่มไม้มาแยกไม้ออกตามแนวทางยาว ซึ่งเทคโนโลยีนี้เองที่ช่วยให้เราสามารถแบ่งเอาไม้มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดทรัพยากรมากขึ้นกว่าเดิม

ในยุคต้นๆช่วงที่ยังไม่ได้มีกบไสไม้ใช้งาน ชาวญี่ปุ่นใช้ขวานทรงโค้งๆ และสิ่วทรงหอกในการปรับไม้ให้เรียบพอใช้งานได้ โดยขวานทรงโค้งนี้ใช้เป็นขั้นตอนต่อจากการผ่าแยกไม้ออกมาเป็นท่อนๆ ขวานจะใช้ถากผิวให้ได้ระนาบโดยการเอาวัสดุออกทีและจุดเล็กๆ โดยเศษไม้ที่ออกมาจะหนาๆ แข็งๆ ซึ่งถ้าเทียบเจ้าขวานทรงโค้งนี้กับเครื่องมือในยุคปัจจุบันก็อาจจะเทียบได้กับการใช้เครื่องไสชิดในการปรับหน้าไม้ในขั้นตอนหยาบนั่นเองครับ

อุปกรณ์ชิ้นต่อมาที่จะมาใช้ปรับหน้าไม้ให้เรียบเป็นสิ่วที่มีการปรับรูปทรงให้คล้ายๆหอก ใช้ในการปาดหน้าไม้แนวยาวๆ เพื่อให้ผิวสัมผัสเรียบเนียนและน่าสัมผัสมากขึ้นครับ ชาวญี่ปุ่นเรียกเครื่องมือชิ้นนี้กว่า "ยาริคันนะ" คันนะก็น่าจะเป็นการไสไม้ ส่วนยาริคือหอกนั่นเองครับ

หลังจากยุคหินและ Iron ก็มาถึงยุคที่ชาวญี่ปุ่นเข้าใจวิธีการผสมคาร์บอนเข้าไปในแร่ Iron เพื่อสร้าง Tool Steel ขึ้นมาใช้งานแล้ว ในช่วงเวลานี้เองจะเริ่มมีการสร้างอุปกรณ์อย่างเลื่อยขึ้นมาใช้งาน แทนการใช้สิ่ว และลิ่มไม้ในการผ่าซุงให้เป็นท่อนๆ เนื่องจากเหล็กผสมคาร์บอนมีความแข็งที่สูงว่าเหล็กธรรมดา ทำให้สามารถสร้างเลื่อยที่ใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพสุงกว่าเลื่อยที่ทำจากแผ่น Iron ปรกติ และชาวญี่ปุ่นยังใช้คุณสมบัติที่ดีขึ้นของเหล็กกล้าในการสร้างคลองเลื่อย หรือ Set ของฟันเลื่อยแต่ละซี่ได้ง่ายขึ้นและช่วยให้เลื่อยทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมมากครับ


กบไสไม้ที่ทำมากจากไม้โอ๊คยุคแรกๆของญี่ปุ่น ชิ้นนี้ขุดพบในซากวัดโบราณอยู่ในยุคสมัยต้นๆของเอโดะ ประมาณ ค.ศ. 1600 - 1800 เกือบๆสี่ร้อยปีได้ครับ ผลพวงจากการใช้เครื่องมือต่อยอดสร้างเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ

ในยุคเอโดะนี้เองมีหลักฐานว่าเริ่มมีการผลิตกบไสไม้ขึ้นมาใช้งานแทน ยาริคันนะ แล้วโดยกบนั้นช่วยให้การทำให้ไม้เรียบได้ง่าย และแม่นยำมากกว่า จึงเริ่มมีความนิยมแพร่หลายมากขึ้น และกลายเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญมากๆอีกหนึ่งประเภทในกล่องเครื่องมือของช่างไม้ญี่ปุ่นครับ กบเป็นเครื่องมือง่ายๆ และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลาย จะทำให้ยาวสั้นกว้าง หรือทำเป็นทรงเข้ามุม เข้าเก็บขอบด้านข้างก็สามารถทำได้เพียงแค่เปลี่ยนรูปทรงของไม้ที่ใช้ในการสร้างตัวกบเท่านั้นเอง


ตัวสิ่วเองก็มีการพัฒนารูปทรงขึ้นมาหลากหลายมากขึ้น ซึ่งรูปทรงที่หลากหลายนี้ช่วยให้ช่างไม้ชาวญี่ปุ่นสามารถตกแต่งข้อต่อ หรือ Joint ส่วนต่างๆของขั้นตอนการเข้าไม้ให้เรียบร้อยสวยงาม และซับซ้อนมากขึ้น งานไม้ของญี่ปุ่นเริ่มพัฒนาจากงานหยาบกลายเป็นงานที่ปราณีตละเมียดละไมมากขึ้น เนื่องด้วยปัจจัยมาจากเครื่องมือที่มีคุณภาพขึ้นนั่นเองครับ

การพัฒนาของเครื่องมือทำให้การทำงานเรียบร้อยสวยงามมากขึ้น ส่วนหนึ่งของนิทรรศการมีการนำเครื่องมือแฮนด์ทูลส์ที่ใช้ในการเซาะร่องทั้งหมดมาวางให้ผู้เข้าชมได้เห็นถึงกระบวนการและความปราณีตของการทำงานทีละขั้นตอนด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ขั้นตอนการเซาะและตกแต่งร่องของไม้ด้วยเครื่องมือแฮนด์ทูลส์เริ่มจากการใช้เลื่อยขนาดเล็กๆมาเลื่อยตามความยาวร่องเพื่อแยกผนังของส่วนที่เราต้องการและไม่ต้องการออกจากกันครับ หลังจากนั้นก็ใช้สิ่วเคาะเอาเศษไม้ออกมาอย่างหยาบๆ และใช้สิ่วคองอๆ ในการเก็บผิวร่องให้ได้ระนาบใกล้เคียงกัน ในสมัยเอโดะมีการสร้างกบกระดี่ หรือ Shoulder Plane ที่ทำด้วยไม้อย่างง่ายๆ เจ้ากบตัวนี้ขนาดความกว้างพอดีกับร่องที่ต้องการเซาะ ทำให้สามารถเก็บท้องร่องได้เรียบสมบูรณ์แบบ และขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้ กบเก็บผิวของร่องด้านข้างให้เรียบเสมอกัน จะเห็นว่าเครื่องมือในยุคหลัง Tool Steel จะมีความซับซ้อนขึ้นมาก และมีความหลากหลายมากขึ้นด้วยครับ และจะเริ่มมุ่งเน้นไปที่ความปราณีตของชิ้นงานมากขึ้น โดยแปลงร่างเครื่องมือพื้นฐานเป็นเครื่องมือเฉพาะทางในรูปแบบต่างๆ


การพัฒนาอย่างสุดท้ายที่สำคัญมากๆ คือมีการสร้างเหล็กอีกชิ้นมาประกบกับใบ หรือที่ปัจจุบันเรารู้จักในนามของ Chip Breaker หรือเหล็กประกับนั่นเองครับ การสร้างเหล็กประกับช่วยให้กบไสไม้ไม่กระพือเวลาไส และตัวองศาของเหล็กประกับยังช่วยหักเสี้ยนไม้ล่วงหน้าก่อนที่เสียนจะเปิดเป็นหลุม ช่วยให้กบใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นั่นคือการใช้กบเป็นอุปกรณ์ในการตกแต่งพื้นผิวในขั้นตอนุดท้ายไปด้วยเลย

ส่วนของวิวัฒนาการของเครื่องมือก็จบลงที่จุดนี้ เดี๋ยวมาต่อกันที่ภาคสอง เราจะไปดูอุปกรณ์งานไม้ประเภทต่างๆที่ช่างญี่ปุ่นใช้ในการทำงานกันครับ


ช่องทางการติดตามเนื้อหาและ ซื้อสินค้า

  • Grey YouTube Icon
  • Grey Facebook Icon
  • Grey Instagram Icon